21 กุมภาพันธ์ 2552

ความรักของผู้ชาย

ไม่ว่าจะเป็นบุคคลเพศไหน ความจริงแล้วทุกคนมีสิทธิความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกันหมด และมีสิทธิรักในแบบของตัวเองได้อย่างมีศักดิ์ศรี จะเป็นอะไรไปถ้าคนเพศเดียวกันจะรักกัน มีเพศสัมพันธุ์กัน ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ความผิดฉกรรจ์หรือบาปมหันต์แต่อย่างใดเลย เพราะการกระทำนี้ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับใคร หรือผิดกฎหมายข้อไหนเลย


โดยดูจากบันทึกเจตนารมย์รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี2550ว่าด้วยเรื่องความหลากหลายทางเพศที่ระบุไว้ว่า บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมายและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน และวรรคที่กล่าวว่า การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุความแตกต่างในเรื่องถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกาย หรือสุขภาพสถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจ หรือสังคม ความเชื่อ ทางศาสนาการศึกษาอบรม หรือความคิดเห็นทางการเมืองอันไม่ขัดต่อบท บัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ จะกระทำมิได้


แม้แต่ทางการแพทย์ปัจจุบันได้มีผลวิจัยชัดเจนแล้วว่า ไม่ได้มีอาการเจ็บป่วยหรือความผิดปกติทางจิตแต่อย่างใด แต่วิถีทางเพศของมนุษย์นั้นแบ่งได้ถึง 3 ประเภทได้แก่ 1.รักต่างเพศ คือชายรักหญิง หญิงรักชาย 2. รักเพศเดียวกัน คือ ชายรักชาย และหญิงรักหญิง และ 3.รักสองเพศ ชายที่รักชายก็ได้ รักหญิงก็ได้ เช่นเดียวกับ หญิงที่รักชายก็ได้ รักหญิงก็ได้เช่นกัน สาเหตุของการเกิดวิถีทางเพศประเภทสองและสาม ไม่ได้เกิดจากอาการผิดปกติทางจิต แต่น่าจะเกิดจากสิ่งแวดล้อม กระบวนการเรียนรู้ และปัจจัยทางด้านชีวภาพ งานวิจัยบางงานระบุว่ามีสาเหตุเกิดจากสมองเป็นตัวกำหนดความรู้สึก (Sexual orientation) และอาจเกิดจากการเลี้ยงดู เช่น ลูกชายติดแม่มากเกินไป ลูกสาวติดพ่อ ฯลฯ บางงานวิจัยก็ว่าเกิดจากพันธุกรรม จีโนม ยีนส์ โครโมโซม ดีเอ็นเอ ฯลฯอย่างไรก็ตามยังไม่มีข้อสรุปได้ชัดเจน แต่ที่สรุปได้แน่ ๆ คือความแตกต่างทางเพศไม่ใช่ความผิดปกติอีกต่อไป


ดังนั้นไม่ว่าคุณจะมีวิถีทางเพศใดก็ตาม อย่ากลัวที่จะเป็นตัวของตัวเอง จงยอมรับในสิ่งที่ตัวคุณเป็น มองตัวเองในด้านบวกไว้เสมอ สร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ให้กับตัวเอง คิดไว้เสมอว่าเรามีดีพอ ๆ กับคนอื่น มีสิทธิเท่าเทียมกับคนทุกคนบนโลกใบนี้ ทำความรักให้เป็นสิ่งสวยงามและสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ให้แก่ชีวิตทุกคน และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเหมือน ๆ กันกับคนทั่วไป


~ ^_^ ~

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น