27 กุมภาพันธ์ 2552

Angel male ~ tattoo

~ หนุ่มหล่อกับรอยสักสวยๆ เซ็กซี่ด้วยครับ ~

































~ ^_^ ~

เป็ดย่างผัดกระเพรา

ใครที่ชอบรสจัจ้านของผัดกระเพรา วันนี้มีเมนูใหม่ๆมาเสนอครับ เป็ดย่างผัดกระเพราครับผม ซึ่งเป็ดย่างหาซื้อได้ทั่วไปที่ทำสำเร็จรูปแล้ว สำหรับ 1 มื้อครึ่งตัวก็พอครับ โดยรสชาดมักปรุงรสออกมาให้เผ็ดนำ เค็ม และหวานนิดๆ ติดปลายลิ้น ความอร่อยอยู่ที่เนื้อเป็ดย่างซึ่งได้รับการหมักและย่างกันเรียบร้อยแล้ว บวกกับรสจัดจ้านของเครื่องปรุงแบบไทยๆ ทานข้าวเปล่าร้อนๆและไข่ดาว หืมๆๆๆอร่อยเหาะเรย ผัดกระเพราที่จะอร่อยนั้น ต้องไม่แฉะและไม่แห้งจนเกินไป ยกเว้นผัดกระเพราที่เป็นอาหารทะเล แล้วเนื้อเป็ดก็จะต้องสับบั้งเนื้อเล็กน้อย รสชาดถึงจะเข้าเนื้อจริงๆ วันนี้เรามาผัดกระเพราเป็ดย่างกันดีกว่าครับ เพราะผมทำแล้วอร่อยสุดเรย


ส่วนประกอบ

1. เป็ดย่างสำเร็จรูป
2. กระเทียมสับละเอีด 1 ชต.
3. พริกขี้หนูบุบแตก สับหยาบ 1 ชต.
4. พริกชี้ฟ้าแดงเขียว หั่นแฉลบ 3-4 เม็ด
5. ใบกระเพรามากน้อยตามชอบ เด็ดแช่น้ำฝน สรงขึ้นให้สะเด็ด
6. ใบมะกรูด 1 ใบ
7. น้ำปลาดี
8. น้ำตาล
9. น้ำซุบหมู(น้ำต้มกระดูกหรือน้ำแกงจืด) หรือน้ำสะอาด
10.น้ำมันหอย
11.น้ำมัน

เตรียมของ
1. โขลกกระเทียมกับพริกพริกขี้หนูสวนแดงกระเทียม3 เม็ด และ พริกขี้หนูสวนเขียว 2 เม็ดให้ละเอียด

2. เด็ดใบกะเพรา พักไว้ - ตั้งไฟอ่อนใส่น้ำมันลงกระทะพอร้อน
3. น้ำมันหอย 1 ส่วน+ น้ำปลา 1 ส่วน + น้ำเปล่า 1 ส่วน + น้ำตาล 1/2 ส่วน คนรวมกัน ชิมรสตามชอบ



ขั้นตอนวิธีทำ

1. ตั้งกะทะร้อน ไฟแรง
2. เทน้ำมัน พอน้ำมันอุ่นๆ เอากระเทียมลงกะทะ
3. นำพริกกระเทียมที่ตำแล้วลงผัดในกะทะ จนกระเทียมเริ่มเหลือง เจียวกระเทียมหอมแล้ว สับลงผัด เร่งไฟ เอาเป็ดลง ผัดๆ ๆ เติมน้ำซุบนิดนึง ผัดๆ พอสุก
4. ใส่ส่วนผสมปรุงรส ผัดแล้วชิมรสตามชอบ เค็มๆ หวานๆนิดๆ หอมๆขาดอะไรก็เติม
5. ใส่ใบกระเพราผัดๆ ไปจนใบกระเพราะสุก
6. เอาน้ำมันหอยมาโรย โรย ผัดๆ ต่อ ปิดไฟ
7. ตักใส่ภาชนะ โรยหน้าด้วยพริกขี้หนูแดงหั่นแฉลบ...... ทานได้แล้วครับ

~ ^_^ ~

Angel male model ~ นายMatt

หล่อโครต หน้าใส วัยกิ๊ก






.
.
.

~ มากกว่านี้ฝากเมล์ไว้แล้วกันนะครับ ~
~ Happy ครับผม ^_^ ~

นอนไม่หลับ

แนวทางเบื้องต้นสำหรับผู้ที่มีปัญหานอนไม่หลับ โดยเฉพาะในการนอนไม่หลับแบบเรื้อรัง นำไปเป็นแนวทางในการปฏิบัติ ซึ่งอาจจะช่วยทำให้ปัญหาเหล่านี้ค่อยๆ คลี่คลายลงไปได้ไม่มากก็น้อย พึงระลึกเสมอว่า การรักษาปัญหานอนไม่หลับนั้นต้องใจเย็นๆ ค่อยเป็นค่อยไป เพราะผลการรักษาส่วนใหญ่มักจะไม่เห็นผลแบบทันตาเห็น แต่จะค่อย ๆ ดีขึ้น เป็นอาทิตย์ต่ออาทิตย์

1. ค้นหาสาเหตุ และกำจัดสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับก่อน ถ้าเจ็บป่วยด้วยโรคทางกาย หรือโรคทางจิตเวช ก็ต้องรักษาโรคเหล่านั้นให้ดีขึ้น อาจใช้ยาช่วยให้นอนหลับในช่วงเริ่มต้น และใช้ยาเป็นระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น เมื่อความเจ็บป่วยทางร่างกายหรือความเจ็บป่วยทางจิตเวชดีขึ้น อาการนอนไม่หลับก็จะหมดไป และสามารถนอนหลับได้ดีขึ้น

2. วงจรการหลับ นอนให้เป็นเวลาและหลีกเลี่ยงการอดนอน เพราะการอดนอนแม้เพียงครั้งเดียว ก็สามารถทำให้เกิดภาวะ Sleep Debt หรือการใช้หนี้การนอน ทำให้คุณต้องการการพักผ่อนมากกว่าเวลาที่ได้มาเสียอีก เข้านอนตรงเวลาทุกวันไม่ว่าจะเป็นวันหยุดหรือวันทำงาน เมื่อรู้สึกง่วงให้เข้านอนเลย และควรตื่นนอนในตอนเช้าให้เป็นเวลาทุกวันสม่ำเสมอ วิธีนี้จะช่วยให้วงจรการหลับ-การตื่นของคนเราให้ทำงานได้ดี ไม่เกิดปัญหาร่างกายเคยชินโดยมีระยะเวลานอนเพียงพอ 6 – 8 ช.ม.ต่อวัน

3. อาหารและเครื่องดื่ม ไม่ควรกินอาหารหนักและอาหารที่มีรสจัดในมื้อค่ำ และก่อนเข้านอน เลี่ยงการดื่มกาแฟหลัง3โมงเย็นเพราะการดื่มกาแฟจะไปรบกวนสมองในช่วงเวลานอน ทำให้นอนหลับไม่สนิท มีค่าใกล้เคียงกับการนอนไม่พอ


4. การออกกำลังกาย พยายามออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3 ครั้ง วันละ 20-30 นาที จะช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้น และหลับได้ดีขึ้นในตอนกลางคืน ซึ่งโยคะเป็นการออกกำลังกายที่ดีมากทำให้เราผ่อนคลาย หรือพยายามหาเวลาออกกำลังกายให้เหมาะสมกับสุขภาพร่างกายเป็นประจำสม่ำเสมอ ประเด็นนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจากการศึกษาพบว่าการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอในผู้สูงอายุนั้นมีความสัมพันธ์กับคุณภาพของการนอนหลับที่ดีขึ้น สิ่งที่ไม่ควรทำคือไม่ควรออกกำลังกายในช่วง 2 ชั่วโมงก่อนเข้านอน การออกกำลังกายก่อนนอนไม่ได้ช่วยให้หลับดีขึ้น แต่ควรออกกำลังกายให้มากขึ้นในช่วงเช้าหรือระหว่างวัน การออกกำลังกายเป็นประจำทุกวันจะช่วยให้การนอนหลับดีขึ้น

5. อาบน้ำ ลองใช้น้ำอุ่นเปิดแรงๆ แล้วหันหลัง ก้มคอให้แรงของน้ำที่ไหลจาก ฝักบัวมันช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเส้นเลือดค่ะ หรือในบางครั้งที่ปวด กล้ามเนื้อมากๆ ก็เอาผ้าชุบน้ำร้อนจัด บิดพอหมาดๆ แล้วก็ประคบร้อนบริเวณที่ปวด ทำให้คลายความตึงเครียดและแก้อาการปวดเมื่อยลงไปเยอะเลย
6. ดื่มนมอุ่นๆ ก่อนนอนและดื่มน้ำตอนตื่นเช้า แต่ว่า ดื่มตอนก่อนนอนน้อยหน่อย เพราะกลัวต้องลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำกลางดึก ส่วนตอนเช้าดื่มประมาณ 1-2 แก้วก่อนอาหารเช้า ช่วยปรับสมดุลย์ร่างกายในเรื่องการย่อยอาหารและระบบขับถ่ายค่ะ สิ่งที่ควรเลี่ยงคือดื่มชา กาแฟ

7. ทำ Detox ขับสารพิษและช่วยในเรื่องระบบขับถ่ายให้ดีขึ้น

8. บรรยากาศในการนอน จัดห้องนอนให้เหมาะแก่การนอนหลับ เช่น ไม่ร้อนเกินไป ไม่หนาวหรือเย็นเกินไป ไม่ให้มีเสียงดังอึกทึก ควรมีบรรยากาศที่สงบเงียบ หรืออาจมีเสียงเพลงบรรเลงเบาๆ อ่านหนังสือเพลินเป็นต้น ใช้ห้องนอนสำหรับการนอนเท่านั้น ไม่ใช้ห้องนอนทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น รับประทานอาหาร เล่นเกมส์ต่างๆ ไม่ควรใช้เวลาอยู่บนเตียงนานๆ โดยที่ไม่หลับ ไม่ควรนอนค้างอยู่บนเตียงทั้งที่ไม่หลับ ด้วยความคิดที่ว่าอยากจะชดเชยการนอนให้มากที่สุด เพราะการกระทำลักษณะนี้จะยิ่งทำให้คุณภาพการนอนยิ่งแย่ลง และเกิดความไม่ต่อเนื่องของการหลับได้มากขึ้น

9. หลับระหว่างวัน อย่าพยายามงีบหลับในเวลากลางวัน ถ้าจะง่วงมากระหว่างวันอาจงีบหลับในช่วงบ่าย โดยไม่ควรเกิน 30 นาที และไม่ควรงีบหลับหลัง 15.00นาฬิกา เพราะอาจมีผลต่อการนอนหลับในคืนนั้นๆได้

10. ยานอนหลับ ไม่ควรใช้ยานอนหลับอย่างต่อเนื่องด้วยตนเองโดยไม่ ปรึกษาแพทย์ เพราะการใช้ยานอนหลับอย่างต่อเนื่องในระยะหนึ่งนั้นจะไปมีผลรบกวนต่อการนอนหลับของเราเองได้


11.อารมณ์ หากมีเรื่องกังวลใจที่สลัดออกจากความคิดไม่ได้ ทั้งในช่วงก่อนนอนหรือระหว่างนอน ให้เขียนบันทึก โดยเขียนปัญหาทุกอย่างลงไป รวมทั้งวิธีการแก้ปัญหาในระยะสั้นและระยะยาวที่น่าจะเป็นไปได้ คนที่โกรธหรือหงุดหงิดเพราะตัวเองนอนไม่หลับนั้น ไม่ควรที่จะข่มตาตัวเองให้หลับอีกต่อไป แต่ควรลุกขึ้นมาเปิดไฟ ออกจากห้องนอน หาอะไรอย่างอื่นทำ เช่น อ่านหนังสือธรรมะสักเล่ม ไม่ควรทำอะไรที่ทำให้ตาสว่างมาก เมื่อรู้สึกง่วงจึงกลับไปนอน

12.กิจกรรม หลีกเลี่ยงการทำงาน การฟังดนตรีเสียงดังๆ การพูดคุยถกเถียงคร่ำเครียด หรือการชมรายการโทรทัศน์ที่ตื่นเต้นโลดโผนตอนกลางคืน

หากทำได้ดังนี้ อาการนอนไม่หลับน่าจะดีขึ้นภายใน 3 - 5 สัปดาห์ แล้วยังไม่ได้ผล อาจเป็นเพราะปัญหาด้านร่างกายหรือจิตใจ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

25 กุมภาพันธ์ 2552

Angel male model ~ Fit & Firm

ครูสอนฟิตเนส หนุ่มหล่อ sixpack สวยๆ มาชวนออกกำลังกล้าม เอ้า Up and Down ครับผม











~ มากกว่านี้ฝากเมล์ไว้แล้วกัน ~

ห้องเล็กแต่งสวย

แต่งห้องเล็กให้สวยไม่ยาก มีกลเม็ดเคล็ดลับแต่งห้องมาฝากครับ คุณก็ทำได้ไม่ยากเลย ลองหันซ้าย หันขวา ดูห้องของเราสิครับ ถ้าห้องของใครมีข้าวของกระจัดกระจาย ดูไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยเอาเสียเลย ถึงเวลาที่เราจะต้องมาปฏิวัติห้อง (เล็กๆ) ของเรากันได้แล้วล่ะ วิธีที่จะแต่งห้องให้สวยงามนั้นก็ไม่ยากเลย ไปดูกันดีกว่าว่ามีวิธีไหนบ้าง
.


โปร่ง โล่ง สบาย จะแต่งห้องให้สวยงาม ต้องเคลียร์ห้องของเราก่อน อะไรที่เกะกะ รกรุงรัง จัดการเสียให้เรียบร้อย เพื่อความโล่ง และสะอาดตา แนะนำว่าของเล็ก ของน้อย ต่างๆ เก็บลงกล่อง แบ่งประเภทเป็นหมวดๆ ไปก่อน ให้เหลือแค่เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ๆ ไม่กี่ชิ้น จากนั้นก็ทำความสะอาดปัดฝุ่น นำของที่โกยลงกล่องมาจัดเรียงใหม่ซะ ถึงตอนนั้นเราจะรู้เองล่ะว่าของชิ้นไหนจำเป็น หรือของชิ้นไหนควรจะทิ้งลงขยะไปเหมือนเดิม


ตู้บิลด์อิน สำหรับห้องเล็กๆ แล้ว ตู้บิลด์อิน จะช่วยให้คุณประหยัดพื้นทื่ไปได้เยอะเลย เพราะสามารถเลื่อนเปิดปิดเก็บของได้สารพัด ทั้งของสะสม อุปกรณ์กีฬา นอกจากนั้นยังทำให้ห้องดูกว้างขึ้นด้วยครับ


ของตกแต่งรูปสัตว์ หรือต้นไม้
เป็นของตกแต่งที่เชื่อว่าหลายๆ บ้านน่าจะมีประดับอยู่ ทั้งรูปแมว สุนัข ไก่ กบ ฯลฯ ในอิริยาบถต่างๆ จะวางไว้ที่ชั้นวางหนังสือ ชั้นวางของ ก็เก๋ไก๋ไม่หยอก หรือต้นไม้บอนไซเล็ก ตะบองเพชรสวยๆทำให้ห้องสดชื่นดูใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้นด้วยล่ะ


หนังสือ แม้จะไม่ชอบอ่านหนังสือมากนัก แต่รู้ไหมว่า ถ้าบ้านใครมีหนังสือประดับตกแต่งในบ้าน ก็สามารถช่วยทำให้คุณดูดีได้ในสายตาผู้มาเยือนเชียวนะ เพราะเขาจะมองว่าคุณดูมีความรู้ไม่น้อยเลยทีเดียว (แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าเป็นหนังสือประเภทใด ด้วยเช่นกัน)



เฟอร์นิเจอร์อเนกประสงค์
เฟอร์นิเจอร์ประเภทที่แปลงร่าง หรือพูดง่ายๆ คือใช้ประโยชน์ได้หลายๆ อย่าง เช่น โซฟาที่เป็นเตียงนอน เก้าอี้ที่มีช่องเก็บของในตัว สิ่งเหล่านี้แหละที่จะทำให้คุณดูดีมีสไตล์ แถมยังช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของให้ห้องของคุณด้วย


ภาพถ่ายเล่าเรื่อง
เชื่อว่าเวลาคุณไปเที่ยวที่ไหน จะต้องพกกล้องไปเก็บภาพความประทับใจไว้บ้างล่ะ ลองนำภาพพวกนี้ไปติดประดับไว้ตามที่ต่างๆ ของบ้าน ไล่เป็นเรื่องราวสำคัญๆตั้งแต่เด็กถึงปัจจุบัน ใครมีภาพความประทับใจ วีรกรรมเด็ดๆ อะไร ก็งัดออกมาโชว์ให้เต็มที่ จะทำให้ผู้มาเยี่ยมเยียนรู้จักตัวตนของคุณมากขึ้นล่ะครับ
อ่านแล้ว ใครชอบสไตล์ไหน หรือพร้อมจะปฏิวัติห้องของคุณแล้ว ก็เลือกใช้กันได้ตามสะดวกเลยครับ



ข้อความดีๆจาก www.kapook.com