.

1.สังเกตดูซิว่าเพื่อนที่ขอให้เราช่วยงานบ่อยๆเพื่อเอาเวลาไปประจบเลียเจ้านายหรือเปล่า? ถ้าใช่ให้เลี่ยงแบบเนียนๆเหมือนตอนที่แล้ว คือบอกว่างานเราเยอะอยู่ทำไม่ทัน และหากเป็นเพื่อนที่ชอบกินแรงหากเลี่ยงการร่วมงานได้ก็ดีครับ
3.ไม่ทะเลาะกับใคร จำไว้เสมอว่าเพื่อนวันนี้อาจกลายเป็นลูกน้องเราหรือหัวหน้าเราได้ในอนาคต การเข้ากับใครก็ได้จะทำให้อนาคตในการทำงานฉลุยกว่าทั้งเรื่องงานและเพื่อนร่วมงานครับ
4.อยู่ห่างๆเพื่อนร่วมงานที่นิสัยไม่ดีเช่น คนปากร้าย คนที่ชอบเหน็บแนม ฯลฯ ให้ใช้วิธีทำเฉย ไม่ได้ยิน ไม่ตอบโต้ และไม่อยู่นิ่งเป็นเป้าให้เค้าเหน็บแนมได้ ใช้วิธีทำโน่นทำนี่ไม่ว่างอยู่ฟังเค้า เดี๋ยวเค้าก็ไปบ่นกับคนอื่นแทนเองครับ
5.เพื่อนร่วมงานหัวรุนแรงที่ชอบต่อต้านความเห็นผู้อื่นมีทั้งแบบต่อต้านแรงๆและแบบต่อต้านเงียบ พวกนี้ควรเปิดโอกาสให้เขาพูดและรับฟังด้วยความตั้งใจ การตัดสินใจต่างๆให้ที่ประชุมเป็นคนตัดสินแนวความคิดนั้นๆแบบประชาธิปไตย หากเขายังไม่ยอมรับความคิดเห็นของกลุ่ม นั่นจะกลายเป็นการทำร้ายตัวเขาเอง
6.เพื่อนชอบคิดเล็กคิดน้อย พวกนี้พูดเล่นไม่ได้ครับเดี๋ยวจะเข้าใจว่าเราว่าเค้าจริงๆ และเมื่อเขาเสนอความคิดก็อย่าหัวเราะหรือพูดหยอกล้อเพราะเค้าอาจคิดได้ว่าเรามองเค้าตลกไร้สาระ เพื่อนแบบนี้ต้องทำใจอย่างเดียวนิสัยคนแก้ยาก ถ้าเราจริงใจกับเค้า เวลาจะเป็นตัวพิสูจน์เองครับ
7.เพื่อนที่เข้าใจอะไรยากๆ อาจมาจากการที่เราพูดจาอะไรไม่ชัดเจนหรือเขามีข้อโต้แย้งในใจสิ่งที่ควรทำคืออธิบายช้าๆครับ เปิดโอกาสให้สอบถามและอธิบายให้ตรงจุด การสื่อสารจะดีขึ้น ทำงานได้ถูกต้องไม่ต้องมาแก้ไขกันครับ
8.เพื่อนที่ดีๆก็คบไปตามปกตินะครับงานจะได้ลื่น แต่การใกล้ชิดสนิทสนมมากไปยิ่งเรื่องความลับที่สำคัญๆไม่แน่ใจว่าควรเปิดเผยหรือไม่? ให้เพื่อนๆใช้วิจารณญาณเอาเองนะครับ อย่าลืมว่าเพื่อนที่ทำงานไม่ใช้เพื่อนสมัยเรียนนะครับ การแข่งขันในการทำงานยังมีแม้ความสัมพันธ์จะดีต่อกันครับ
สุดท้าย คือทำงานมานานแต่เมื่อไหร่ละครับที่ควรหางานใหม่ได้แล้ว
1.โดนปฏิบัติจากเจ้านายเหมือนไม่มีการศึกษา ไม่ได้ใช้สมองในการทำงาน ถูกเจ้านายสั่งๆๆๆๆและสั่งอย่างเดียว
2.ถูกจำกัดให้อยู่ในกฎระเบียบข้อบังคับที่ไม่เป็นสากล และข้อบังคับมากมายนั้นช่างไร้สาระจริงๆ ออกแล้วก็ฟ้องกรมแรงงานซะเลยครับ
3.หากเจอเจ้านายนิสัยหยาบคายมาก แล้วเรามีงานสำรองเตรียมย้ายได้ทุกเมื่อแล้วละก้อ ควรบอกเขาไปตรงๆว่าเขาน่ารังเกียจขนาดไหน และขอให้เราเป็นลูกน้องคนสุดท้ายที่จะโดนนิสัยหยาบคายเช่นนี้ เป็นการวางหมากเพื่อกดดันเค้าเมื่อเราลาออกแล้ว เค้าจะอึดอัดในการทำงาน แล้วเราก็ออกไปเลยครับ ทำไปทำไมครับเสียสุขภาพจิตเปล่าๆ
4.ไม่ขึ้นเงินเดือนเมื่อถึงเวลาที่ควรจะขึ้นตามที่ตกลงกันไว้ แม้จะพูดจาสอบถามแล้ว หางานใหม่เถอะครับเพื่อน
.
.

จบแล้วครับหวังว่าคงไม่เครียดกันนะครับ งานเป็นเพียงส่วนหนึ่งของชีวิตเรา ทำเพื่อยังชีพครับ ยังมีสิ่งอื่นๆที่สำคัญเช่น ครอบครัว ความรัก สุขภาพ เพื่อน และที่สำคัญคือจิตใจของเราเองครับ อย่าลืมดูแลด้วยนะครับผม loveนะครับ บายครับ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น