29 พฤษภาคม 2552

8 วิธีแสนง่าย สุขสบายไร้โรค

.
คนเราเดี๋ยวนี้ตายกันเยอะด้วยโรคต่างๆนาชนิด การที่เราจะปลอดภัยจากโรคร้อยแปดไม่ใช่ว่าต้องทำเป็น 109 วิธี ถึงจะป้องกันความเสี่ยงของการเป็นโรคได้ วันนี้เอาเคล็ดง่ายๆแค่ 8 วิธี ก็ปราศจากโรคต่างๆทั้งมะเร็ง โรคหัวใจ ความดัน เส้นเลือดในสมองแตก เบาหวาน โรคไต โรคตับ โรคปอด มากมายนะครับ พ่วงมากับการดูแลตนเองเพื่อป้องกันโรคเอดส์ และอุบัติเหตุรวมกันอยู่ใน 8 วิธีเท่านั้นแหละครับ มีอะไรบ้างมาดูกันดีกว่าครับ
..
.
1. หยุดสูบบุหรี่
· เพราะการสูบบุหรี่จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ ควรหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับคนที่สูบบุหรี่ หรืออยู่ในสถานที่มีควันบุหรี่ ควันธูป มลพิษมากๆ
· นอกจากนี้การสูบบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของการเกิดมะเร็ง เพราะมีสารเคมีมากกว่า 1,000 ชนิด สารพิษและสารก่อมะเร็ง สามารถทำให้เกิดมะเร็งปอด มะเร็งช่องปาก มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งกระเพาะอาหารได้ครับ
.

.
2. ออกกำลังกาย
· การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องจะช่วยลดการเกิดโรคหัวใจได้ ช่วยควบคุมน้ำหนักลดระดับความดันโลหิต ลดโอกาสเกิดโรคเบาหวานและไขมันในเลือด ช่วยให้จิตใจ แจ่มใส ไม่แก่เร็ว หุ่นดี ระบบขับ ถ่ายปกติ
· การออกกำลังกายที่ดีคือการออกกำลังกายแบบแอโรบิค ต่อเนื่อง เป็นจังหวะ หายใจ สม่ำเสมอ ตัวอย่างเช่น การเดินเร็วๆ วิ่ง ว่ายน้ำ ถีบจักรยาน เต้นแอโรบิค แบดมินตัน เทนนิส เป็นต้น แนะนำให้ออกกำลังกายวันละ 30-40 นาที สัปดาห์ละ 3-5 วัน หากไม่สามารถออกกำลังดังกล่าวได้ วิธีที่ทำได้ง่ายคือการทำงานบ้านเพิ่ม เช่นการทำสวน การล้างรถ การเดินไปตลาด การขึ้นบันไดแทนการขึ้นลิฟท์ เป็นต้นครับ
..
3. รับประทานอาหารเพื่อสุขภาพคือ ผักเป็นส่วนใหญ่ ตามด้วยโปรตีน และคาร์โบไฮเดรทแบบพอเพียง งดไขมัน
อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง

. หลีกเลี่ยงอาหารมันๆทอดๆ เช่นหมูสามชั้น เนื้อติดมัน หนังไก่ ข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ กะทิ เนย พิซซา เบอร์เกอร์ เครื่องในสัตว์ ไข่
แดง เป็นต้นเพราะมีผลเสียต่อหัวใจ
. หลีกเลี่ยงการบริโภคยา และสารต่างๆที่ซื้อมารับประทานเองซึ่งจะเป็นพิษต่อไต
. หลีกเลี่ยงอาหารเค็มเพราะมีผลต่อไต และหวานเพราะน้ำตาลทำให้อ้วนและความดันสูง
. รับประทานอาหารพวกเนื้อสัตว์แต่พอควร หากได้โปรตีนมากไปจะส่งเสริมมะเร็ง
. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีราขึ้น เช่น ถั่วลิสงหรือ พริกป่นซึ่งอาจเป็นสาเหตุของมะเร็งตับ
. หลีกเลียงอาหารสุกๆดิบๆ ทำให้เป็นพยาธิใบไม้ในตับ เสี่ยงต่อเป็นมะเร็งท่อน้ำดีในตับ
.

.

.
อาหารที่ควรรับประทาน
. ให้รับประทานผัก
ถั่ว และผลไม้เพิ่มขึ้น เพราะจะช่วยป้องกันหลอดเลือด อาหารที่มีเบต้าแคโรทีนและวิตามินซีสูง ป้องกันมะเร็งหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร กล่องเสียงและปอด
. รับประทานปลาเพราะเนื้อปลามี Omega-3-fatty acid
. อาหารประเภทที่มีกากมาก เช่น ข้าวกล้อง ข้าว ซ้อมมือ ซีเรียล ผลไม้ ก็มีส่วนช่วยลดไขมันชนิดเลว และป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่
. ดื่มน้ำสะอาดวันละ 8-10 แก้ว ก็จะช่วยไตให้ทำงานลดลง

4. ควบคุมน้ำหนัก ไม่ใช่ลดน้ำหนักนะครับ
ความอ้วนจะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง ก่อให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคหลอดเลือดตีบ และโรคหัวใจ จะถือว่าอ้วนเมื่อเส้นรอบเอวเกิน 80-90 ซม ถ้าอ้วนควรเปลี่ยนจากอ้วนไม่ฟิตเป็นอ้วนฟิตโดยการออกกำลังกาย

.
5. ทำจิตใจให้ผ่องใสและพักผ่อนให้เพียงพอ
บุคคลที่มีบุคลิกภาพโกรธ ฉุนเฉียวง่าย ทำงายแข่งกับเวลา อยู่กับความเครียดตลอด พบว่าสัมพันธ์กับการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด และยังเป็นตัวกระตุ้น ให้เกิดปัญหาแทรกซ้อนในผู้ป่วยโรคหัวใจ หากทำจิตใจให้สงบ แจ่มใส มองโลกในแง่ดี ทำสมาธิ ก็ช่วยให้สุขภาพจิตดี มนุษยสัมพันธ์ดี ทำให้มีชีวิตอย่างมีความสุข
.
.
6. มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย
· สวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์และพยายามหลีกเลี่ยงการสัมผัส เลือด สารคัดหลั่งหรือน้ำเชื้อของบุคคลอื่นเพราะการติดเชื้อ HIV ,ไวรัสตับอักเสบบีและซี จะสามารถติดต่อทางเยื่อเมือก เลือด น้ำอสุจิ และห้ามใช้สารหล่อลื่นที่เป็นไขมันเพราะจะทำให้ถุงยางรั่ว
· หยุดยาเสพติดและเข้ารับการบำบัดเพื่อหยุดยาเสพติด หลีกเลี่ยงการใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน ให้ใช้เข็มใหม่ทุกครั้ง
· ไวรัสตับอักเสบบีและซี ในระยะสุดท้ายของโรคจะทำให้เป็นมะเร็งตับได้

7. ป้องกันตนเองจากเชื้อโรค
หลีกเลี่ยงการสัมผัสคลุกคลีกับผู้ป่วย ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้ป่วย หรือถ้าป่วยไม่สบายเป็นไข้หวัด หรือโรคทางระบบทางเดินหายใจ ควรใช้ผ้าปิดปาก ปิดจมูก เวลา ไอ จาม หลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในสถานที่ที่มีคนแออัด หมั่นล้างมือให้สะอาดภายหลังสัมผัสสิ่งของหรือผู้ป่วย .

.
8. การป้องกันอุบัติเหตุจราจร
· ผู้ขับขี่ต้องไม่เสพสารเสพติดหรือสารออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท เช่น สุรา ยาบ้า เป็นต้น มีความชำนาญในการขับรถ ขับรถถูกต้องตามกฎหมาย รู้กฎจราจร ใช้อุปกรณ์นิรภัยทุกครั้งที่ขับขี่ มีการตรวจสภาพรถอย่างสม่ำเสมอโดยเฉพาะเบรก แตร กระจกส่องหลังและไฟสัญญาณต่างๆ และต้องรู้เส้นทางรวมทั้งสภาพแวดล้อมของเส้นทางที่จะไป

สุดท้ายอย่าลืมก็ตรวจสุขภาพปีละ 1 ครั้ง หากทำได้เช่นนี้ เชื่อว่าอนาคตข้างหน้าโรคต่างๆไม่มากล้ำกรายคุณแน่นอน

~ ^_^ ~

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น