วันนี้ผมมีนัดกับเพื่อนพิเศษที่เจอกันและคบกันมานาน เราเคยมีอะไรกันมาก่อนหลังจากนั้นเปลี่ยนมาเป็นเพื่อนกันและทำเรื่องบ้าๆ ดีๆกันมามากมาย จมหัวจมท้ายกันมาตลอดเราสามคนมีรายละเอียดในชีวิตที่การเติบโตแตกต่างกัน แต่ที่สิ่งที่ตรงกันคือผลสุดท้ายเราก็เป็นชายรักชายท้องชนกันครับอิอิ เอกและต้นคือเพื่อนที่ผมนัดในวันนี้
"

ในสายตาผมเอกเป็นเพื่อนที่น่ารักนิสัยดี ตลก ดูแลตัวเองอย่างดีจนป่านนี้ยังดูดีวัยรุ่นเสมอ รูปร่างเล็กแต่งตัวแฟชั่นจัด ส่วนต้นคนละแบบเลยครับรูปร่างดี แต่งตัวแฟชั่นเช่นกันแต่เสื้อนี่ต้องรัดรูปหน่อยอวดกล้ามไหล่ แขน อกและกล้ามท้องที่สวย ส่วนผมเสื้อยืดกางเกงยีนส์สีทึมๆก็ออกจากบ้านได้แล้วครับ เราเจอกันเพราะต้นกลับจากอิตาลีมาเยี่ยมบ้านสงกรานต์ครับไม่ได้เจอกันนาน อย่างนี้มันต้องฉลองกันหน่อย สถานที่นัดเจอกันคือห้องพักเอกครับ เอกแยกจากบ้านมาอยู่คนเดียวใช้ชีวิตเกย์เต็มตัว กินเที่ยว ดื่ม ขลุกอยู่กับเพื่อน ล่าฝรั่ง หวังเกาหลี สีญี่ปุ่นไปเรื่อย วันนี้เรามีโปรแกรมทำอาหาร พูดคุย และหลังจากนั้นจะออกไปเที่ยวในตอนบ่ายอาจจะไปบาบิลอน ตอนดึกค่อยไปเทเลโฟนแล้วไปต่อที่ดีเจ
ห้องเอกเล็กซักหน่อยแต่อบอุ่นเสมอครับ เป็นแหล่งพักพิงของพวกเราตั้งแต่เป็นเกย์ไม่รู้เดียงสาจนปัจุบันนี้แตกพานกระเจิดกระเจิง เอกมีเพื่อนมาก แวะเวียนมาพักมานอนเสมอที่นี่จึงเป็นที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์และทำให้ผมได้เรียนรู้ชีวิตของการเป็นเกย์ไปพร้อมๆกับการใช้ชีวิตตามปกติ ผมถามต้นว่าที่อิตาลีเป็นไงบ้าง แฟนฝรั่งเขาเป็นไง งานที่โน่นเป็นไงบ้าง ต้นพูดอังกฤษและอิตาเลี่ยนคล่องปรื๋อ ใครไม่รู้อาจคิดว่าเค้าเป็นเด็กเที่ยวที่จับฝรั่งได้ แต่ปล่าว ต้นเป็นเด็กชนบทเข้ามาเรียนกรุงเทพฯ เรียนด้วยทำงานด้วยตั้งใจเรียนจบปริญญาด้านภาษา หลังจากนั้นเด็กชนบทก็โบยบินทำงานการค้าระหว่างประเทศ เดินทางบ่อยไปประเทศโน้นประเทศนี้ พบกับแฟนตอนอยู่ที่สนามบินแห่งหนึ่งซึ่งโรแมนติกมากๆ หลังจากนั้นก็ย้ายไปอยู่กับแฟนที่อิตาลีเรียนภาษาอิตาเลี่ยน เปิดร้านและใช้ชีวิตคู่
ส่วนเอก เอกเป็นลูกคนจีนที่รับเรื่องชายรักชายไม่ได้ ครอบครัวเอกแสดงชัดเจนว่ารังเกียจพฤติกรรมอย่างนี้ เอกโตมาอย่างต้องปกปิดตัวเองอย่างมาก รังเกียจด่าทอและทำร้ายเพศที่3ที่อ่อนแอกว่าตั้งแต่เด็กๆ จนเข้าสู่วัยรุ่น กรรมคงตามทันเอกจึงรู้ใจตัวเองว่าไม่เคยสนใจผู้หญิง แต่อยากสุงสิงแต่กับเพื่อนชายหล่อๆ กลัวว่าที่บ้านจะรับไม่ได้จึงใช้วิธีออกจากบ้านมาเรียนไกลๆ หลังจากนั้นจึงค่อยๆเรียนรู้การใช้ชีวิตแบบชายรักชาย จนใจแตกเลิกเรียนแยกจากครอบครัวมาอยู่คนเดียว กิน เที่ยว ดื่ม มีเซ็กซ์ จนถึงปัจจุบัน เอกอยู่ได้โดยไม่ต้องทำงาน ได้เงินจากแฟนคนโน้นคนนี้เรื่อยๆ ชีวิตขึ้นๆลงๆ เดี๋ยวรวยเดี๋ยวจน เดี๋ยวรวยเดี๋ยวจน ขึ้นอยู่กับฐานะแฟนคนปัจจุบันที่คบกันอยู่ การเจอกันรอบนี้เอกไม่มีคนดูแล ฐานะการเงินจึงตกต่ำ แต่หายห่วงครับผมกับต้นบอกว่าเพื่อนคนเดียวเราเลี้ยงได้ครับ
"

ถามว่าชีวิตผมละเป็นยังไง? ผมเป็นคนที่ธรรมดาที่สุดครับมีครอบครัวดูแล ผมไม่ได้รับการกดดันใดๆในชีวิต เพราะมีญาติที่เป็นตัวอย่างของเพศที่ 3 ที่ดี ครอบครัวผมจึงไม่มีอคติ ผมเป็นอย่างที่ผมเป็นตามปกติ ไม่ได้เปิดเผยและไม่ได้ปกปิด ครอบครัวผมหาที่เรียนให้ เลือกคณะให้เรียนจนจบปริญญา หลังจากนั้นที่บ้านก็หางานให้ทำ ผมจึงมีชีวิตที่สบายๆไม่ต้องไขว่คว้าอะไร แต่ก็เหมือนขาดอะไรอยู่นะครับ การที่ได้มาเจอเอก เจอเพื่อนเอก และออกเที่ยวกันทำให้เติมเต็มชีวิตผมได้
ระหว่างที่เราทานอาหาร เที่ยงกัน เพื่อนเอกก็เข้ามาที่ห้องเราชวนกันทานข้าวพูดคุยกันสนุกสนาน หลังทานเสร็จเราก็นอนดูหนังไปเรื่อย ตอนบ่ายๆ เอกและเพื่อนเอกก็เข้าไปขลุกกันในห้องทิ้งให้ผมกับต้นนอนดูหนังอยู่ 2 คน ผ่านไปซักพักผมก็ได้กลิ่นแปลกๆลอยมาจากในห้องเอก ผมว่าจะเดินไปดูพอจะเปิดก็พบว่าห้องนอนล๊อคแสดงว่าเอกไม่อยากให้เข้าไปผมเลยกลับมานอนดูหนังต่อ ช่วงค่ำเราทั้งหมดจึงชวนกันไปสีลม กะเที่ยวจนดีเจเลิกแล้วค่อยกลับ พวกเราสนุกสนานไปเรื่อย เอกเดินหว่านเสน่ห์ไปทั่วแต่คืนนี้คงไม่ใช่โชคของเอกครับ ยิ่งดึกผมสังเกตว่าเอกก็ยิ่งเครียด จนดีเจเลิกเราแยกกันกลับผมโชคดีได้กลับกับหนุ่มสวิส ส่วนเอกและต้นก็กลับกับเพื่อนๆ
ตอนเช้าผมกลับมาพบว่าทั้งสองคนยังไม่ตื่นเลย ผมก็เลยนอนดูทีวีไปเรื่อยเพราะนอนตอนกลางวันไม่หลับ ใกล้เที่ยงต้นออกมาจากห้องนอน ต้นชวนผมลงไปซื้ออาหารเที่ยงเหมือนอยากจะคุยอะไร พอเราเดินออกจากห้องระหว่างทางต้นเล่าให้ฟังว่า เอกกับเพื่อนสูดยากันในรถแท็กซี่ ก่อนจะนอนเอกเล่าให้ต้นฟังว่าติดค่าห้องมา 3 เดือนแล้วแต่เจ้าของห้องยังให้อยู่เพราะเช่ามานาน ส่วนข้าวของในห้องที่หายไปเพราะขายไปบ้างจำนำไปบ้างเนื่องจากเอกไม่มีคนเลี้ยง เอกหน้าช้ำแล้วไม่ใช่หน้าใหม่ที่ทั้งคนไทยและฝรั่งจะสนใจ เป็นเพราะเอกเที่ยวทุกคืนและสิงอยู่ที่แหล่งท่องเที่ยวมานาน เอกเอ่ยปากขอยืมเงินต้นซึ่งเป็นก้อนที่ใหญ่พอสมควร ลำพังเพื่อนยืมเงินไม่ซีเรียสเท่าต้นสงสัยว่าเอกจะติดยาจากปัญหาชีวิตที่ไม่มีใคร ไม่มีงาน ไม่มีเงิน ผมฟังแล้วอึ้งไปชั่วครู่ผมถามต้นว่าจะเอาไง ต้นบอกว่าถ้าให้เงินเอกเป็นก้อนไปก็เปล่าประโยชน์ กลัวเอกเอาไปผลาญกับยา แต่เขามีเงินจะให้เอกโดยแลกกับเอกต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง ข้อนั้นผมเห็นด้วย
. 
วันต่อมาเราทั้งสามคนไปโรงพยาบาลปรึกษาแพทย์เรื่องการเลิกยาของเอก โชคดีที่โรงพยาบาลรัฐเดี๋ยวนี้มีคลินิกเลิกยาและเป็นบริการที่เป็นส่วนตัว นั่นทำให้เราได้รู้เพิ่มว่าไม่ใช่แค่เอกจะเสพยาบ้าแต่เป็นกัญชาด้วย ผมให้เบอร์ติดต่อในฐานะญาติของเอก เราตกลงกันว่าถ้าเอกไม่ไปบำบัดผู้ดูแลจะโทรหาผม ผมรายงานต้นและต้นจะไม่ช่วยเหลือเอกในเรื่องให้ยืมเงินรายเดือนอีก การช่วยเหลือเรื่องเงินจะจบลงเมื่อเอกจะบำบัดเสร็จ หลังจากนั้นเอกต้องดูแลตนเองต่อเพราะต้นอยากให้เอกเริ่มต้นใหม่และช่วยเหลือตัวเองได้ เอกขอบคุณต้นไม่ใช่เรื่องเงินแต่เป็นเรื่องที่ต้นช่วยเหลือเพื่อนเสมอ ต้นบอกผมว่าแม้เงินที่ให้เอกเป็นการให้เพื่อนยืมในยามขัดสนแต่ในอนาคตถ้าเอกไม่คืนต้นก็ไม่มีปัญหา สิ่งที่ต้นอยากได้คือ เพื่อนได้ชีวิตกลับคืนมา
ก่อนต้นขึ้นเครื่องบินกลับอิตาลีเราแวะนั่งดื่มกาแฟกันที่แบล็คแคนยอนไม่มีใครพูดถึงเรื่องที่เราพบเจอกันในระหว่างวันหยุดที่ผ่านมา เราคุยเรื่องสัพเพเหระหัวเราะร่วนไปเรื่อย ในระหว่างนั้นผมมองไปที่กระจกซึ่งมีเงาสะท้อนกลับมาเห็นเราทั้งสามคน ภาพเงาสะท้อนยังเหมือนเดิม เอกเป็นเพื่อนที่น่ารัก นิสัยดี ตลก ดูวัยรุ่นรูปร่างเล็กแต่งตัวแฟชั่นจัด ส่วนต้นก็รูปร่างดี ใส่เสื้อยืดรัดรูปอวดกล้ามขนาดพอดีๆที่สวย ส่วนผมก็เสื้อยืดกางเกงยีนส์สีทึมอีกตามเคย ทำให้ผมนึกย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยเรายังเป็นวัยรุ่นเพิ่งเข้าเรียนมหาลัยจนมาถึงปัจจุบันนี้

วันต่อมาเราทั้งสามคนไปโรงพยาบาลปรึกษาแพทย์เรื่องการเลิกยาของเอก โชคดีที่โรงพยาบาลรัฐเดี๋ยวนี้มีคลินิกเลิกยาและเป็นบริการที่เป็นส่วนตัว นั่นทำให้เราได้รู้เพิ่มว่าไม่ใช่แค่เอกจะเสพยาบ้าแต่เป็นกัญชาด้วย ผมให้เบอร์ติดต่อในฐานะญาติของเอก เราตกลงกันว่าถ้าเอกไม่ไปบำบัดผู้ดูแลจะโทรหาผม ผมรายงานต้นและต้นจะไม่ช่วยเหลือเอกในเรื่องให้ยืมเงินรายเดือนอีก การช่วยเหลือเรื่องเงินจะจบลงเมื่อเอกจะบำบัดเสร็จ หลังจากนั้นเอกต้องดูแลตนเองต่อเพราะต้นอยากให้เอกเริ่มต้นใหม่และช่วยเหลือตัวเองได้ เอกขอบคุณต้นไม่ใช่เรื่องเงินแต่เป็นเรื่องที่ต้นช่วยเหลือเพื่อนเสมอ ต้นบอกผมว่าแม้เงินที่ให้เอกเป็นการให้เพื่อนยืมในยามขัดสนแต่ในอนาคตถ้าเอกไม่คืนต้นก็ไม่มีปัญหา สิ่งที่ต้นอยากได้คือ เพื่อนได้ชีวิตกลับคืนมา
ก่อนต้นขึ้นเครื่องบินกลับอิตาลีเราแวะนั่งดื่มกาแฟกันที่แบล็คแคนยอนไม่มีใครพูดถึงเรื่องที่เราพบเจอกันในระหว่างวันหยุดที่ผ่านมา เราคุยเรื่องสัพเพเหระหัวเราะร่วนไปเรื่อย ในระหว่างนั้นผมมองไปที่กระจกซึ่งมีเงาสะท้อนกลับมาเห็นเราทั้งสามคน ภาพเงาสะท้อนยังเหมือนเดิม เอกเป็นเพื่อนที่น่ารัก นิสัยดี ตลก ดูวัยรุ่นรูปร่างเล็กแต่งตัวแฟชั่นจัด ส่วนต้นก็รูปร่างดี ใส่เสื้อยืดรัดรูปอวดกล้ามขนาดพอดีๆที่สวย ส่วนผมก็เสื้อยืดกางเกงยีนส์สีทึมอีกตามเคย ทำให้ผมนึกย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยเรายังเป็นวัยรุ่นเพิ่งเข้าเรียนมหาลัยจนมาถึงปัจจุบันนี้
.
ต้นมีชีวิตที่บินได้สูงสุดอย่างที่ต้นหวังเพราะเป็นคนมีความมุ่งมั่นตั้งใจ ผมอาจเป็นคนที่บินได้กลางๆเพราะปล่อยให้อะไรต่างๆไหลผ่านเข้ามาและไหลผ่านไปโดยไม่ได้ไขว่คว้าในสิ่งหวัง มันเลยทำให้ชีวิตผมดูขาดๆเสมอ เอกอาจเลือกเดินทางผิดทำให้เสียเวลาไปมากชีวิตล้มลุกคลุกคลานจนปัจจุบันยังไม่ได้เดินไปทางไหน แต่อย่างไรเอกและต้นก็เป็นเพื่อนรักของผม และมิตรภาพเป็นสิ่งที่เยี่ยมเสมอสำหรับผม กำลังนึกเพลินๆตาก็มองไปตรงข้างๆกระจกมีสติ๊กเกอร์สีขาวดำติดอยู่ว่า “ Life isn't about finding yourself. Life is about creating yourself ” ความหมายก็ประมาณว่า " ชีวิตไม่ใช่การมานั่งค้นหาตัวเอง ชีวิตคือการสร้างสรรค์ตนเอง(ต่างหาก) " ชีวิตอยู่ในกำมือของเราทุกคน ว่าจะให้เป็นอย่างไร เพราะเรามีแค่ชีวิตเดียว หากเรามัวแต่ช้าไปก็ไม่ได้ทำในสิ่งที่มุ่งหวัง...... เพื่อนครับ......อยากให้ชีวิตเป็นอย่างไรก็ทำมันเลยครับ..

^_^
ปล.ภาพประกอบเป็นเพียงภาพประกอบมิใช่ภาพจากชิวิตจริงๆครับผม

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น